โทรศัพท์ OPPO เชื่อมต่อ WIFI หรือเล่นเน็ตไม่ได้ แก้ไขอย่างไร

โทรศัพท์ OPPO เชื่อมต่อ WIFI หรือเล่นเน็ตไม่ได้

หากตอนนี้คุณกำลังประสบพบเจอกับปัญหา โทรศัพท์มือถือ OPPO หา WIFI ไม่เจอ  หรือ มือถือ แท็บเล็ตของคุณเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้ วันนี้เรามีวิธีการง่ายๆ ที่สามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ ซึ่งวิธีที่ว่านี้ได้รวบรวมมาจากประสบการณ์ปัญหาที่ทางเราเองมักพบเจอจากการดูแลลูกค้าของเราอยู่บ่อยๆ มาฝากกัน ซึ่งบางครั้งปัญหาเหล่านี้อาจจะเกิดได้มาจากหลายสาเหตุ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 สาเหตุหลักๆ ดังนี้

สาเหตุที่มือถือOPPOหา WIFI ไม่เจอ หรือ มือถือเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไม่ได้

1.เกิดจากระบบซอร์ฟแวร์ (Software) ของเครื่องเกิดบัคหรือค้างหรือไปเผลอตั้งค่าผิดโดยไม่ได้ตั้งใจ

วิธีแก้ปัญหากรณีดังกล่าวมีหลายข้อดังนี้

  1. ให้คุณตรวจสอบมือถือก่อนว่าได้ไปเผลอเปิด “โหมดเครื่องบิน” ไว้รึเปล่า ซึ่งถ้าเปิดโหมดนี้ไว้ โทรศัพท์ของคุณจะไม่สามารถเชื่อมต่อเครือข่ายได้ ซึ่งถ้าเปิดไว้ก็ไปทำการปิดได้เลย อินเทอร์เน็ตก็จะกลับมาใช้งานได้ตามปกติ
  2. ให้คุณลองรีสตาร์ทอุปกรณ์ (ปิด-เปิด เครื่องใหม่) ซึ่งบางครั้งอาจฟังดูเป็นวิธีง่ายๆ แต่บางครั้งก็ช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดของการเชื่อมต่อได้นะ
  3. เปิดเมนูไปที่ “การตั้งค่า” จากนั้น ไปที่ ระบบไร้สายและเครือข่าย หรือ “การเชื่อมต่อ” จากนั้นไปที่เมนู อินเทอร์เน็ตมือถือ หรือข้อมูลเครือข่ายมือถือ บนอุปกรณ์บางรุ่น คุณอาจต้องเลือก “ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ต” ก่อนจึงจะเห็นเมนู เปิดเน็ตมือถือ หากเปิดอยู่แล้ว ให้ลองปิดแล้วเปิดอีกครั้ง
  4. ลองทำการ Hard Reset มือถือ ดู โดยการกดปุ่ม ลดเสียงค้างไว้ + ปุ่ม Power จากนั้นเครื่องจะทำการรีสตาร์ทใหม่อีกครั้ง
  5. กด คืนค่าอุปกรณ์จากโรงงาน แต่เมื่อใช้วิธีนี้โทรศัพท์จะทำการรีเซตการตั้งค่าทุกอย่างที่เราตั้งเองกลับไปสู่การตั้งค่าที่มาจากโรงงาน (เหมือนกับตอนซื้อเครื่องมาใหม่ๆ) กรณีนี้ทางเราแนะนำให้คุณสำรองข้อมูลเครื่องไว้ก่อนด้วยนะ เพราะข้อมูลบางอย่างจะถูกลบไปด้วยนั่นเอง
  6. Role Back กลับไปสู่ OS เวอร์ชันก่อนหน้าจากการอัปเดตซอร์ฟแวร์รุ่นล่าสุดของเรา กรณีนี้เกิดจากการอัปเดตซอร์ฟแวร์ใหม่ แล้วตัวซอร์ฟแวร์นั้นมีปัญหานั่นเอง

2.เกิดจากตัวปล่อยสัญญาณอินเทอร์เน็ตเอง เช่น Router

วิธีแก้ปัญหากรณีดังกล่าวมีหลายข้อดังนี้

  1. ให้คุณลองตรวจสอบว่าโทรศัพท์เครื่องอื่นๆ สามารถเชื่อมต่อกับ WIFI ได้หรือไม่ หากมีเพียงเครื่องของคุณที่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้ ก็แสดงว่ามีโอกาสสูงที่ปัญหาจะเกิดจากมือถือของคุณเอง แต่หากคนอื่นๆ ก็ไม่สามารถเชื่อมต่อได้แสดงว่า อาจจะเป็นที่ตัว Router ที่เสีย หรือ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตนั้นๆ อาจจะขัดข้องอยู่ก็ได้
  2. ให้คุณลองรีสตาร์ท (ปิด – เปิด) ตัว Router โดยให้ไปกดปิดไว้ซัก 20 วินาที แล้วทำการกดเปิดใหม่ จากนั้นให้คุณลองเชื่อมต่อ WIFI ดูอีกครั้งว่าสามารถใช้งานได้ปกติหรือไม่
  3. ลองตรวจสอบสายเชื่อมต่อที่เข้าสู่ Router ของคุณดูก่อน เช่น สายแลน หรือ สาย Fiber Optic ว่าได้หลวม หลุด หรือชำรุดอยู่หรือไม่

3.เกิดจากฮาร์ดแวร์ของอุปกรณ์เสียหายหรือชำรุด

กรณีนี้เกิดจากตัวเครื่องโทรศัพท์ของคุณเอง ซึ่งคุณสามารถทดสอบเองได้ง่ายๆ โดยหา WIFI ตัวอื่นๆ แล้วลองเชื่อมต่อดู ซึ่งถ้าหากเชื่อมไม่ได้เหมือนกัน หรือหา WIFI อื่นๆ ไม่เจอเลย แสดงว่าเครื่องของคุณนั้นอาจจะชำรุดหรือเกิดปัญหาภายในเครื่องแล้วนั่นเอง ซึ่งกรณีนี้ทางเราแนะนำให้คุณ นำมือถือเข้าศูนย์บริการ หรือร้านซ่อมที่น่าเชื่อถือตรวจสอบให้จะดีที่สุดเนื่องจากมีหลายร้านให้เลือก การเลือกร้านที่มีคุณภาพและประสบการณ์การทำงานมานานนั้นจะมีความน่าเชื่อถือกว่าร้านที่เปิดใหม่นั้นเอง

ร้าน Tech Avenue เทคอเวนิว บริการทุกงานซ่อม ทุกระดับประทับใจ เพราะรอยยิ้มและความพึงพอใจของคุณ คือความสุขที่สุดในการทำงานของเรา ดังนั้นเมื่อมือถือสมาร์ทโฟน Huawei ของคุณเกิดปัญหา ให้นึกถึงเราเป็นอันดับแรก ร้าน Tech Avenue เทคอเวนิว

ซ่อมมือถือ แถวไอทีมอลล์ ฟอร์จูน ร้านไหนดี เชื่อถือได้ ราคาไม่แพง



จอทัชสกรีนมีปัญหา ซ่อมมือถือร้านไหนดี ส่งซ่อมสะดวก


ซ่อมมือถือแถว ตลาดนัดรถไฟ ร้านไหนดี มั่นใจด้วยอะไหล่คุณภาพ





เนื้อหาเพิ่มเติม ที่น่าสนใจ

ปิดความเห็น บน โทรศัพท์ OPPO เชื่อมต่อ WIFI หรือเล่นเน็ตไม่ได้ แก้ไขอย่างไร

โทรศัพท์ POCOPHONE ชาร์ทไฟไม่เข้า ทำยังไงดี

โทรศัพท์ POCOPHONE ชาร์ทไฟไม่เข้า

ปัญหาที่มักจะกวนใจใครหลายๆ คน มาตั้งแต่เนิ่นนาน สำหรับคนที่ใช้งานมือถือทั่วๆไป ที่มักจะต้องเจอนั้นก็คือปัญหาโทรศัพท์ POCOPHONE ชาร์ทไฟไม่เข้า ปัญหานี้เกิดมาจากหลายสาเหตุอาจจะเนื่องจากการใช้งานมือถือ สำหรับทุกรุ่น และทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น Android หรือ iPhone ก็ต้องเคยเจอกับปัญหาเหล่านี้กันทั้งนั้นวันนี้เราเลยจะมาแนะนำวิธีแก้ไขเบื้องต้น และสาเหตุหลักๆ ที่มักจะทำให้ชาร์จแบตไม่เข้ามาฝากกัน ไปดูกันเลยว่าเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้าง

1.  สายชาร์จเสีย/ สายปลอม

ปัญหาการชาร์จแบตไม่เข้า เนื่องจากสายชาร์จบริเวณส่วนข้อต่อจากหัวและสายมักจะขาดก่อนเสมอ อีกอย่างที่ทำให้ชาร์จไม่ได้ ก็คือสายเชื่อมต่อภายในขาดอันนี้ก็เกิดขึ้นได้บ่อยและมองออกยากมาก รวมไปถึงสายที่เป็นของปลอม ความจริงแล้วแม้แต่สายที่ให้กำลังไฟในการชาร์จ ของแท้กับของปลอมก็ไม่เหมือนกัน สายปลอมนั้นนอกจะทำให้ชาร์จได้ช้า และไม่เข้าได้แล้ว ยังทำให้แบตเตอรี่ของมือถือเสื่อมได้อีกด้วย

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

ถ้าหากเกิดปัญหาเกี่ยวกับการชาร์จแบตเตอรี่ก็ลองเปลี่ยนสายชาร์จดูก่อน แต่แนะนำให้เลือกใช้เป็นสายชาร์จที่ได้มาตรฐานหรือใช้ของแท้ เพราะถึงแม้จะมีราคาแพงกว่าแต่ก็มีคุณภาพและมีความปลอดภัยมากกว่า

2.  ช่องเสียบ USB ชื้น หรือ สกปรก

ถึงแม้ว่ามือถือในปัจจุบันจะสามารถกันน้ำได้ดีอยู่ในระดับนึงแล้ว แต่ความชื้นและสิ่งสกปรก ที่จะเข้าไปอยู่ในช่อง USB นั้น ยังคงเกิดขึ้นได้เสมอ และยังรวมไปถึงเศษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขนม เศษฝุ่น ดิน อะไรก็ตามที่เข้าไปติดอยู่ข้างใน แล้วไม่ทันได้ระวัง ก็ไปเสียบหัวชาร์จเข้าไปอีก ก็ยิ่งทำให้เกิดความเสียหายมากกว่าเดิม ส่งผลให้ชาร์จไม่เข้า และถ้ายิ่งปล่อยไว้นานๆ ก็อาจจะทำให้ช่องเสียบ USB พังไปเลย

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

ถ้าหากมือถือขึ้นเตือนเป็นรูปหยดน้ำ ให้ลองพักเครื่องให้แห้งก่อน แต่ห้ามใช้ไดร์เป่าผมเป่านะ ให้เป่าด้วยลมเย็นจนกว่าจะแห้งและลองชาร์จดู แต่ถ้าแห้งแล้วยังไม่ได้อีก ต้องส่งซ่อมเพื่อเปลี่ยนอย่างเดียวเท่านั้น ส่วนถ้ามีเศษฝุ่น เศษผ้าที่เข้าไปให้ใช้ไม้จิ้มฟันหรือแปรงสีฟันจิ้ม ๆ ขัด ๆ อย่างเบามือเพื่อเป็นการทำความสะอาดเอาสิ่งสกปรกออกไปเท่านี้ก็เรียบร้อย

3.  แบตเตอรี่เสื่อม

สำหรับในกรณีที่แบตเสื่อม แน่นอนว่าถ้าหากใช้มือถือมานานแล้ว หรือใช้จนเครื่องร้อนบ่อยๆ ชาร์จแบบผิดวิธี ไปจนถึงการใช้สายปลอม แบตบวม อะไรก็ตามที่เสี่ยงต่อการทำให้แบตเตอรี่เสื่อม เมื่อแบตเสื่อมไปแล้ว ไม่ว่าจะชาร์จให้นานแค่ไหนมันก็ไม่เข้า หรือบางครั้ง ชาร์จจนเต็มไปแล้ว พอถอดออกมาสักพัก ก็ลดฮวบลงไปเหมือนไม่มีการชาร์จใดใดเกิดขึ้น

วิธีแก้ไขเบื้องต้น

ถ้าเป็นมือถือรุ่นเก่า ๆ หากมีอาการแบตเสื่อมนั้นจะค่อนข้างได้เปรียบเพราะว่าอาจจะยังสามารถแกะฝาหลังถอดแบตเตอรี่ออกมาเปลี่ยนเองได้แบบชิล ๆ แต่ถ้าเป็นมือถือรุ่นใหม่เดี๋ยวนี้ที่ไม่สามารถถอดแบตเตอรี่เปลี่ยนเองได้ก็คงต้องเอาไปให้ที่ร้านหรือที่ศูนย์เปลี่ยนให้สถานเดียว

ทำตามแล้ว มือถือชาร์จไม่เข้า อยู่ดี

นี้คือวิธีแก้ไขเบื้องต้นเมื่อชาร์จไฟมือถือไม่เข้า ซึ่งหากลองทำตามทุกอย่างเท่าที่ทำได้แล้วยังไงก็ยังชาร์จไม่เข้าอยู่ดี สิ่งสุดท้ายที่ต้องทำคือการส่งมือถือเข้าศูนย์หรือเข้าร้านซ่อมมือถือ เพื่อให้ช่างตรวจสอบว่าทำไมถึงชาร์จไม่เข้า ห้ามแกะเครื่องหาสาเหตุด้วยตัวเอง เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้านั้นหากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญอาจจะเกิดอันตรายต่อร่างกายและทรัพย์สินได้ ดังนั้นคุณควรเลือกร้านที่เชื่อถือได้ และมีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะด้วย

หากทำมาทั้งหมดแล้วยังไม่ดีขึ้น เราแนะนำให้คุณนำโทรศัพท์มือถือของคุณไปที่ศูนย์ซ่อมโทรศัพท์มือถือที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อลองให้เค้าเช็คอาการว่าโทรศัพท์มือถือของเราเป็นอะไรกันแน่ มีสาเหตุมาจากอะไรนั้นเอง  ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วปัญหายังไม่หายไป ร้าน Tech Avenue อาคารฟอร์จูนทาวน์ รับตรวจเช็คอาการของทุกอาการ ไม่ว่าเครื่องของคุณกำลังเจอปัญหาอะไรก็ตาม เราสามารถให้คำปรึกษากับคุณได้ทุกปัญหา เนื่องจากประสบการณ์ที่เราดำเนินงานด้านนี้มามากกว่า 15 ปี พร้อมทีมช่างที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ

3 วิธี ง่ายๆ เช็ค iPhone (ไอโฟน) เมื่อชาตจ์แบตไม่เข้า



ซ่อมมือถือ แถวโซน เอสพลานาด ร้านไหนดี ซ่อมเร็ว รอรับเครื่องได้เลย


ส่งมือถือไปซ่อม เเค่เรียก ลาล่ามูฟ ( Lalamove ) ง่ายนิดเดียว ราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาท





เนื้อหาเพิ่มเติม ที่น่าสนใจ

ปิดความเห็น บน โทรศัพท์ POCOPHONE ชาร์ทไฟไม่เข้า ทำยังไงดี

โทรศัพท์ Redmi ตกน้ำ น้ำหกใส่ มีวิธีแก้ไขหรือไม่

 น้ำหกใส่

ไม่ว่ามือถือจะแข็งแรงทนทานขนาดไหน หากเป็นรุ่นที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้กันน้ำ ‘น้ำ’ ก็ถือเป็นจุดอ่อนของมือถือเสมอ ซึ่งจะมีผลกับพอร์ตการใช้งาน ช่องแจ๊คเสียบหูฟัง และลำโพงทันที นอกจากนี้ น้ำจะไหลไปยังแผงวงจรทำให้เกิดพลังงานความร้อนสูงกว่าปกติจนเกิดอาการไหม้อีกด้วย หากโทรศัพท์ Redmi ตกน้ำ น้ำหกใส่ คุณจะต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้เราจะมีข้อมูล เคล็ดลับ วิธีแก้ไขต่างๆให้ทุกคนได้ลองศึกษากันคะ

เรื่องหนึ่งที่ควรรู้ไว้ก็คือ ประเภทของน้ำที่ตกลงไป

ถึงแม้ว่าการทำสมาร์ทโฟนตกส้วมอาจจะดูสกปรกอย่างรุนแรง แต่สิ่งที่แย่จริงๆ คือการให้มือถือที่ไม่ได้กันน้ำไปสัมผัสกับน้ำทะเล เพราะน้ำเค็มมีฤทธิ์ในการกัดกร่อนมากกว่าน้ำจืดมาก เปอร์เซ็นต์การพ้นขีดอันตรายแก่ชีวิตของมือถือก็จะต่ำลงไปอีก

สิ่งที่ควรจะรีบทำเมื่อโทรศัพท์ตกน้ำ

ข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุมือถือตกน้ำ ที่ต้องท่องให้ขึ้นใจก่อนจะเกิดเหตุการณ์ขึ้น ซึ่งสิ่งที่ควรปฏิบัติ ก็เป็นวิธีการโดยทั่วไปที่เข้าใจไม่ยาก แต่สิ่งที่สำคัญก็คือข้อห้ามต่างๆ ที่ควรรู้เอาไว้ เพราะข้อห้ามส่วนใหญ่แล้ว ล้วนเป็นความเข้าใจผิดที่หลายๆ คนยังทำกันอยู่ทั้งสิ้น

ขั้นตอนการปฐมพยาบาลมือถือเบื้องต้น

  1. รีบปิดมือถือ รวมทั้งนำสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่ติดอยู่กับมือถือออกให้หมด
  2. เช็คทุกพื้นผิวให้สะอาดด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์และเจลทำความสะอาด
  3. ทำให้มือถือแห้งที่สุดเท่าที่จะทำได้ในขณะนั้น
  4. ถอดทุกอย่างออก ไม่ว่าจะเป็น แบตเตอรี่ถ้าถอดได้ ซิมการ์ด หรือสายหูฟังอุปกรณ์ต่างๆ
  5. ตั้งมือถือไว้ในแนวตั้ง ถ้าถอดแบตเตอรี่ออกไม่ได้

สิ่งที่ห้ามทำเด็ดขาดเมื่อโทรศัพท์ตกน้ำ แต่ดันเป็นที่นิยมในการทำด้วยความเข้าใจผิดๆ

  1. ห้ามอบมือถือด้วยไมโครเวฟเด็ดขาด เพราะมือถือไม่ใช่อาหาร และเสี่ยงต่อไฟไหม้อีกด้วย
  2. ห้ามนำมือถือไปแช่ช่องแข็ง เมื่อน้ำแข็งละลาย ก็กลายเป็นน้ำเข้าไปในมือถืออยู่ดี
  3. ห้ามใช้ไดร์เป่าผม เป่าน้ำให้แห้งเด็ดขาด เนื่องจากความร้อนจากไดร์ จะทำให้แผงวงจรไหม้ได้
  4. ห้ามใช้ไอร้อนจากเครื่องทำความร้อนต่างๆ ทำให้แห้ง เนื่องจากความรอนไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็มีสิทธิ์ทำให้แผงวงจรไหม้ได้เหมือนกัน
  5. ห้ามนำไปแช่ข้าวสาร แม้จะมีความเชื่อว่าข้าวสารจะช่วยดูดความชื้น แต่ผลการวิจัยก็ออกมาว่า มันก็ไม่ได้เร็วพอที่จะช่วยชีวิตมือถือจากการกัดกร่อนของน้ำอยู่ดีนะ

ขั้นตอนต่อไป ส่งศูนย์บริการหรือร้านซ่อมโทรศัพท์ที่น่าเชื่อถือ

เนื่องจากการจะทำให้มือถือแห้งด้วยตัวเอง จริงๆ แล้วนั้น เราไม่สามารถทำได้ดีมากเท่าไหร่ เพราะจุดที่น้ำไปสร้างความเสียหาย อยู่ในส่วนของมือถือที่ปกติแล้วผู้ใช้งานอย่างเราๆ เข้าไปไม่ถึง เราแนะนำให้คุณส่งหามืออาชีพ ร้านซ่อมโทรศัพท์ที่น่าเชื่อถือ ให้เค้าดูแลให้เราจะดีกว่า และดูเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกับมือถือสุดที่รักของเรามากที่สุด เพราะถ้าวงจรของมือถือไหม้ไปเรียบร้อยแล้ว (เปิดไม่ติด) ลองเช็คประกันสินค้าก่อนเลย ถ้ายังไม่หมดและเงื่อนไขประกันครอบคลุมเรื่องความเสียหายจากน้ำก็ถือว่ารอดตัวไป แต่ถ้าไม่มีประกันใดๆ ก็แน่นอนว่า ต้องเสียค่าซ่อม ค่าอะไหล่กันไปตามขั้นตอน แต่ถ้ามือถือยังเปิดติด ก็ถือว่าโชคดีที่แผงวงจรยังไม่เสียหาย ถ้ามีอาการข้างเคียงเล็กๆ น้อยๆ ก็ซ่อมตามร้านหรือศูนย์บริการได้ตามสะดวก เราแนะนำให้คุณมองหาร้านที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยตรงด้วยนะและมีความน่าเชื่อถือไว้ใจได้ด้วย ไม่งั้นคุณอาจจะต้องเสียที่มือถือเนื่องจากการแกะเครื่องที่ไม่เชี่ยวชาญหรืออาจจะได้จ่ายค่าซ่อมหรือค่าทำความสะอาดที่เกิดความจริงไปมากนั้นเอง

ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วปัญหายังไม่หายไป ร้าน Tech Avenue อาคารฟอร์จูนทาวน์ รับตรวจเช็คอาการของทุกอาการ ไม่ว่าเครื่องของคุณกำลังเจอปัญหาอะไรก็ตาม เราสามารถให้คำปรึกษากับคุณได้ทุกปัญหา เนื่องจากประสบการณ์ที่เราดำเนินงานด้านนี้มามากกว่า 15 ปี พร้อมทีมช่างที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ

ส่งมือถือไปซ่อม เเค่เรียก ลาล่ามูฟ ( Lalamove ) ง่ายนิดเดียว ราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาท



3 วิธี ง่ายๆ เช็ค iPhone (ไอโฟน) เมื่อชาตจ์แบตไม่เข้า


มือถือพัง ทำไม..ต้องซ่อมที่ TECH AVENUE (เทคอเวนิว)ถึงดีที่สุด





ปิดความเห็น บน โทรศัพท์ Redmi ตกน้ำ น้ำหกใส่ มีวิธีแก้ไขหรือไม่

โทรศัพท์ OPPO กล้องเสีย กล้องไม่ทำงาน ทำยังไงดี

โทรศัพท์ OPPO กล้องเสีย กล้องไม่ทำงาน

สำหรับใครหลายๆ คน ที่ชอบการเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจ คงจะเป็นเรื่องไม่ดีแน่หากโทรศัพท์ OPPO กล้องเสีย กล้องไม่ทำงาน อาการเสียของกล้องโทรศัพท์ของคุณอาจจะมีอาการดังนี้

อาการของ กล้องโทรศัพท์ OPPO เสีย มีลักษณะดังนี้

  • เปิดกล้องหน้าแต่ภาพดำมืด เปิดไม่ได้
  • เปิดกล้องหน้าแล้ว ถ่ายรูปออกมาไม่ชัด
  • เปิดกล้องหน้า แล้วการสั่งการช้ามาก

ทำอย่างไรเมื่อกล้องโทรศัพท์ของคุณใช้งานไม่ได้

หากคุณกำลังเจอปัญหาเกี่ยวกับกล้องโทรศัพท์ถ่ายรูปไม่ได้ มีการทำงานของกล้องที่ผิดปกติหรือขึ้นเป็นหน้าจอดำ คุณสามารถลองแก้ปัญหาอย่างง่ายๆ ด้วยตัวเองก่อนได้ตามขั้นตอนดังนี้

ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดเลนส์และเลเซอร์ของกล้อง

ในการทำความสะอาดเลนส์กล้องและเซนเซอร์ของเลเซอร์ ให้เช็ดบริเวณดังกล่าวเบาๆ ด้วยผ้านุ่มที่สะอาด หากรูปภาพและวิดีโอไม่ชัดหรือกล้องไม่โฟกัส ให้ทำความสะอาดเลนส์กล้อง หากโทรศัพท์มีเซนเซอร์ของเลเซอร์ ให้ทำความสะอาดเซนเซอร์ด้วย

เคล็ดลับ: กล้องอาจแจ้งให้ทราบหากตรวจพบว่าเลนส์สกปรก ดูวิธีปิดคําเตือนเลนส์สกปรก

ขั้นตอนที่ 2: รีสตาร์ทโทรศัพท์

  1. กดปุ่มเปิด/ปิดโทรศัพท์ค้างไว้
  2. แตะปิดเครื่อง
  3. เมื่อปิดโทรศัพท์แล้ว ให้กดปุ่มเปิด/ปิดค้างไว้จนโทรศัพท์เปิดขึ้นอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 3: ล้างแคชของแอปกล้องถ่ายรูป

  1. เปิดแอปการตั้งค่าของโทรศัพท์ การตั้งค่า
  2. แตะแอป จากนั้น ดูแอปทั้งหมด จากนั้น กล้องถ่ายรูป หากไม่เห็น “ดูแอปทั้งหมด” ให้แตะข้อมูลแอป
  3. แตะพื้นที่เก็บข้อมูลและแคช จากนั้น ล้างแคช

ขั้นตอนที่ 4: อัปเดตแอป

  • เปิดแอป Google Play Store Play Store ในโทรศัพท์
  • แตะเมนู เมนู จากนั้น แอปและเกมของฉัน
  • หากต้องอัปเดตแอป ให้แตะอัปเดต

ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบว่าแอปอื่นทำให้เกิดปัญหาหรือไม่

  1. กดปุ่มเปิด/ปิดของโทรศัพท์ค้างไว้
  2. แตะปุ่มเปิด/ปิด เปิด/ปิด ในหน้าจอค้างไว้
  3. โทรศัพท์จะเริ่มต้นในโหมดปลอดภัย คำว่า “โหมดปลอดภัย” จะแสดงที่ด้านล่างของหน้าจอ
  4. เปิดกล้องถ่ายรูปและดูว่าใช้ได้หรือไม่
  • หาก Google กล้องถ่ายรูปทำงานได้ในโหมดปลอดภัย แสดงว่าแอปอื่นอาจเป็นสาเหตุของปัญหา
  • รีสตาร์ทโทรศัพท์เพื่อออกจากโหมดปลอดภัย
  • ถอนการติดตั้งแอปที่ดาวน์โหลดมาล่าสุด
  • เปิดกล้องถ่ายรูปแล้วตรวจสอบว่าแก้ปัญหาได้แล้วหรือไม่ หากยังแก้ไม่ได้ ให้ทำขั้นตอนก่อนหน้าซ้ำ
  • หากแก้ปัญหาได้แล้ว ให้ติดตั้งแอปที่นำออกไปก่อนแอปล่าสุดอีกครั้ง
  • หาก Google กล้องถ่ายรูปไม่ทำงานในโหมดปลอดภัย ให้ดูวิธีอื่นๆ ในการแก้ปัญหาแอป

หากยังคงมีปัญหาเกี่ยวกับกล้องในโทรศัพท์อยู่ไม่สามารถแก้ไขได้

หากทำตามคำแนะนำตามข้างต้นแล้ว กล้องโทรศัพท์ OPPO เสีย ยังไม่สามารถใช้งานได้ ให้รีบพบช่างผู้เชี่ยวชาญ เพื่อแก้ไขปัญหาต่อไปโดยเร็วที่สุดเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาอื่นๆ ที่เป็นไปได้เกี่ยวกับการรีเซตโทรศัพท์ อาจจะเป็นไปได้ที่เปลี่ยนกล้องหน้าตัวใหม่แล้วหาย หรือในบางครั้งเปลี่ยนกล้องใหม่ก็อาจจะไม่ช่วยให้กล้องกลับมาทำงานได้ก็มี ดังนั้นหากคุณมีปัญหาเรื่องการใช้งานกล้องหน้าไม่ได้ หรือ กล้องหน้าเสีย อย่ารอช้ารีบติดต่อเรา เรามีอะไหล่เกือบทุกรุ่นไว้รองรับปัญหาที่เกิดขึ้นกับคุณ

ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วปัญหายังไม่หายไป ร้าน Tech Avenue อาคารฟอร์จูนทาวน์ รับตรวจเช็คอาการของทุกอาการ ไม่ว่าเครื่องของคุณกำลังเจอปัญหาอะไรก็ตาม เราสามารถให้คำปรึกษากับคุณได้ทุกปัญหา เนื่องจากประสบการณ์ที่เราดำเนินงานด้านนี้มามากกว่า 15 ปี พร้อมทีมช่างที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ

ส่งมือถือไปซ่อม เเค่เรียก ลาล่ามูฟ ( Lalamove ) ง่ายนิดเดียว ราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาท



3 วิธี ง่ายๆ เช็ค iPhone (ไอโฟน) เมื่อชาตจ์แบตไม่เข้า


มือถือพัง ทำไม..ต้องซ่อมที่ TECH AVENUE (เทคอเวนิว)ถึงดีที่สุด





ปิดความเห็น บน โทรศัพท์ OPPO กล้องเสีย กล้องไม่ทำงาน ทำยังไงดี

โทรศัพท์ One plus ปุ่มกดไม่ได้ กดไม่ลง แก้ไขยังไงดี

โทรศัพท์ One plus ปุ่มกดไม่ได้ กดไม่ลง

ถึงแม้ว่าปัจจุบันปุ่มบนมือถือจะเริ่มน้อยลงเรื่อย ๆ แต่มือถือส่วนใหญ่ก็ยังคงต้องใช้ปุ่มอยู่ ไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดหรือเปิดหน้าจอ รวมทั้งปุ่ม Volume สำหรับปรับระดับเสียง โทรศัพท์ One plus ปุ่มกดไม่ได้ กดไม่ลง ซึ่งในบางครั้งปุ่มก็อาจมีปัญหากดไม่ติด หรือกดบ่อย ๆ จนปุ่มเสีย จะรีสตาร์ตเครื่องก็กดไม่ได้ น่าจะเป็นปัญหาที่ผู้ใช้สมาร์ทโฟนหลายๆ ท่าน คงจะเคยเจอะเจอมากันบ้างแล้ว กับอาการ เครื่องเอ๋อ เครื่องค้าง ที่สามารถเกิดขึ้นได้ วันนี้เรามีวิธีแก้ปัญหาปุ่มบนมือถือ Android แบบเบื้องต้นมาฝากกัน ถ้าสามารถแก้ปัญหาเองได้ ก็ไม่ต้องเสียเวลาไปส่งศูนย์ซ่อมเลย

1.เช็กว่าปุ่มกดโทรศัพท์เสียจริง ๆ หรือไม่

ก่อนอื่นเลยคุณต้องเช็คให้แน่ใจเสียก่อนว่าปุ่มนั้นเสียจริง ๆ หรือว่าเป็นปัญหาจากซอฟต์แวร์ ด้วยการรีสตาร์ตเครื่อง หากปุ่ม Power กดไม่ได้

  • ให้โหลดแอปพลิเคชัน Android Accessibility Suite มาใช้
  • โดยให้ติดตั้งแอปพลิเคชันแล้วเข้าไปที่ Settings > Accessibility เพื่อสร้าง Shortcut แทนปุ่ม Power บนหน้าจอ
  • และให้แตะที่ตัวเลือก Power Off ค้างไว้เพื่อให้มือถือเข้าสู่ Safe Mode
  • แล้วทดลองกดปุ่มดูว่าใช้ได้หรือไม่
  • หรือจะใช้แอปพลิเคชัน TestM เพื่อทดสอบปุ่มก็ได้เช่นกัน

ถ้าหากพบว่าปุ่มไม่ได้แต่เสียแต่เกิดปัญหาจากซอฟต์แวร์ ก็ให้ลองลบแอปพลิเคชัน ที่เพิ่งติดตั้งล่าสุดก่อนที่ปุ่มจะมีปัญหาดู โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน ที่ไม่น่าไว้วางใจ เพราะนั่นอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ปุ่มไม่ทำงานก็ได้ หรืออาจจะใช้ทางสุดท้ายคือสั่ง Factory Reset เครื่องเสียเลย

2.ทำความสะอาดปุ่ม

บริเวณร่องข้าง ๆ ปุ่มนั้นถือว่าเป็นจุดที่มีฝุ่นและคราบต่าง ๆ หมักหมมอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจส่งผลให้ปุ่มกดไม่ค่อยติดได้ และการทำความสะอาดนั้นก็อาจจะสามารถช่วยแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่ง

  • โดยให้ใช้ที่เป่าลมเป่าตามร่อง
  • หรือใช้ไม้จิ้มฟันแคะฝุ่นออกมาเท่าที่สามารถทำได้
  • จากนั้นให้ลองกดปุ่มดูใหม่ว่าใช้ได้หรือยัง

3.ทำปุ่มเสมือนมาใช้แทน

ถึงแม้ว่าปุ่มจะเสียจริง ๆ แต่ถ้ายังไม่ว่างไปส่งซ่อมหรือยังไม่อยากซ่อม ก็สามารถทำปุ่มเสมือนบนหน้าจอมาใช้แทนได้เช่นกัน

  • ด้วยการติดตั้งแอปพลิเคชัน Android Accessibility Suite ตามที่ได้กล่าวไว้ในข้อ 1
  • ถ้าใช้ Android 9 ขึ้นไปจะมีติดเครื่องอยู่แล้ว
  • จากนั้นให้เข้าไปที่ Settings > Accessibility จะสามารถตั้งค่าให้แสดงปุ่มเสมือนแทนปุ่ม Power, Volume และปุ่มอื่น ๆ บนหน้าจอได้

หากทำมาทั้งหมดแล้ว ยังใช้ไม่ได้เราแนะนำให้ส่งซ่อมเถอะ

ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ หรือยังทำให้ปุ่มใช้งานได้ดั่งใจไม่สำเร็จ หนทางสุดท้ายก็คือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการหรือร้านที่คุณสามารถไว้ใจได้ ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายหรือไม่มีก็ได้ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและระยะเวลาการรับประกันของแต่ละแบรนด์ ถ้าจะเข้าร้านเราแนะนำให้คุณเลือกร้านที่มีประสบการณ์ทำงานทางด้านมือถือเนื่องจากจะมีทีมงานและทีมช่างที่เป็นผู้เชี่ยวชาญไว้คอยดูแลคุณได้อย่างตรงจุดนั้นเอง

ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วปัญหายังไม่หายไป ร้าน Tech Avenue อาคารฟอร์จูนทาวน์ รับตรวจเช็คอาการของทุกอาการ ไม่ว่าเครื่องของคุณกำลังเจอปัญหาอะไรก็ตาม เราสามารถให้คำปรึกษากับคุณได้ทุกปัญหา เนื่องจากประสบการณ์ที่เราดำเนินงานด้านนี้มามากกว่า 15 ปี พร้อมทีมช่างที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ

เรียก แฟลช (Flash)  ส่งซ่อมมือถือ ง่ายนิดเดียว ราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาท



3 วิธี ง่ายๆ เช็ค iPhone (ไอโฟน) เมื่อชาตจ์แบตไม่เข้า


มือถือพัง ทำไม..ต้องซ่อมที่ TECH AVENUE (เทคอเวนิว)ถึงดีที่สุด





เนื้อหาเพิ่มเติม ที่น่าสนใจ

ปิดความเห็น บน โทรศัพท์ One plus ปุ่มกดไม่ได้ กดไม่ลง แก้ไขยังไงดี

โทรศัพท์ Huawei แบตเสื่อม แบตบวม แก้ไขยังไงดี

โทรศัพท์ Huawei แบตเสื่อม แบตบวม

โทรศัพท์ Huawei มีปัญหาแบตเตอรี่เสื่อม หรือ แบตเตอรี่บวม เชื่อว่าเป็นเรื่องที่หลายคนอาจจะเคยเจอกันมาบ้าง และคุณสงสัยกันไหมว่ามันเกิดจากอะไร แล้วต้องแก้ไขอย่างไร วันนี้เรามาหาคำตอบกัน แบตเตอรี่มือถือนั้น ถือว่าเป็นชิ้นส่วนสำคัญสำหรับโทรศัพท์มือถือ ส่วนมากจะมี 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ แบตเตอรี่ลิเธียมโพลีเมอร์ และ แบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งจำเป็นต้องมีการดูแลรักษาอย่างดี เพราะมีอายุการใช้งานจำกัด เมื่อไรก็ตามที่เริ่มเสื่อมสภาพ ย่อมมีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายขึ้นได้ เช่น เครื่องพัง หน้าจอ ปุ่มกดเสียหาย ไปจนถึงตัวเครื่องไหม้หรือระเบิด เป็นต้น ฟังดูแล้วไม่น่าใช่เรื่องเล็ก ๆ อย่างที่หลายคนคิดเลยใช่ไหมล่ะ ว่าแต่สาเหตุของการบวมเกิดจากอะไร และมีวิธีสังเกตอย่างไรได้บ้างนะ ? ไปดูกันเลย

โทรศัพท์ Huawei แบตเตอรี่มือถือบวม เกิดจากอะไรได้บ้าง

1.  แบตเตอรี่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน

สาเหตุนี้พบได้ในโทรศัพท์มือถือที่มีอายุตั้งแต่ 2-3 ปีขึ้นไป จะเริ่มมีอาการเสื่อมสภาพตามการใช้งานที่ยาวนาน ทำให้ประสิทธิภาพการเก็บประจุไฟของแบตเตอรี่ลดลง สังเกตได้จากแบตเตอรี่เริ่มหมดเร็วขึ้นจนผิดสังเกต นั่นคืออาการของแบตเตอรี่ที่เริ่มเสื่อมแล้วนั่นเอง

2.  การเล่นมือถือไปด้วย ชาร์จไปด้วย

สำหรับนิสัยการชาร์จมือถือและใช้งานไปพร้อมกัน หากทำนาน ๆ ครั้งก็ไม่น่าจะเป็นอะไร แต่ถ้าทำบ่อย ๆ อาการแบตเตอรี่เสื่อมก็จะถามหา อาจส่งผลให้แบตเตอรี่หมดเร็วขึ้น และนำไปสู่อาการแบตเตอรี่บวมได้ง่าย ๆได้เช่นกัน

3.  อุปกรณ์ชาร์จแบตเตอรี่หรือปลั๊กไฟไม่ได้มาตรฐาน

หลายครั้งที่ปัญหาแบตเตอรี่บวมหรือเสื่อมไม่ได้มาจากตัวแบตเตอรี่ แต่อาจมาจากการใช้ที่ชาร์จแบตเตอรี่หรือเต้าเสียบที่ไม่ได้คุณภาพ ไม่มีสวิตช์เปิด-ปิดไฟ หรือการถอดที่ชาร์จแบตเตอรี่ขณะชาร์จไฟ ก็มีสิทธิ์ทำให้เกิดอาการไฟกระชาก และส่งผลต่อแบตเตอรี่เช่นกันนะ

4.  การใช้แบตเตอรี่ปลอม

หากใครเคยนำมือถือไปเปลี่ยนแบตฯ ใหม่ และหันไปใช้แบตเตอรี่ปลอมหรือแบตเตอรี่ราคาถูกแทน นี่ก็เป็นอีกสาเหตุแห่งความเสี่ยงเช่นกัน ทางที่ดีคุณควรเลือกแบตเตอรี่ยี่ห้อที่เชื่อถือได้ และมีมาตรฐาน มอก. ในการจัดจำหน่ายจะดีมากกว่าเพื่อความปลอดภัยกับตัวคุณเองด้วยนะ

แบตเตอรี่มือถือบวม อันตรายอย่างไร

สำหรับอันตรายจากการใช้งานมือถือแบตเตอรี่เสื่อมหรือบวม เริ่มจากความเสียหายในส่วนอื่น ๆ ของเครื่อง เช่น หน้าจอ ฝาหลังโก่งและงอ ปุ่มกดใช้งานไม่ได้ เพราะแบตเตอรี่บวมจนดันส่วนประกอบภายใน ถ้าปล่อยไว้และยังใช้งานต่อไปเรื่อย ๆ  มีโอกาสสูงที่ตัวเครื่องจะไหม้หรือระเบิด หากไม่อยากเจอเหตุการณ์นี้กับตัว ควรหยุดใช้มือถือเครื่องนั้นโดยด่วนเลยนะ

แบตเตอรี่มือถือบวม หรือเสื่อมสภาพควรทำอย่างไรดี

เมื่อคุณทราบว่ามือถือของคุณแบตเตอรี่บวมแน่นอน ทางแก้ปัญหาโทรศัพท์ Huawei แบตเตอรี่บวม คือ ปิดเครื่อง ห้ามชาร์จไฟ และนำเครื่องไปเปลี่ยนแบตเตอรี่มือถือเป็นของใหม่ ให้เลือกใช้แบตเตอรี่จากศูนย์บริการของแบรนด์นั้น ๆ หรือเลือกแบตเตอรี่ที่มีมาตรฐาน ยี่ห้อไว้ใจได้ ผ่านการรับรองจาก มอก. เราแนะนำให้คุณหาร้านที่มีการรับประกันการซ่อม ด้วยจะดีมากเลยนะ เพื่อความสบายใจของทั้งสองฝ่าย โดยหากพบว่ามือถือซ่อมแล้วยังมีปัญหาและอยู่ภายในระยะเวลาการรับประกันก็สามารถนำมาเคลมได้นั้นเอง

ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วปัญหายังไม่หายไป ร้าน Tech Avenue อาคารฟอร์จูนทาวน์ รับตรวจเช็คอาการของทุกอาการ ไม่ว่าเครื่องของคุณกำลังเจอปัญหาอะไรก็ตาม เราสามารถให้คำปรึกษากับคุณได้ทุกปัญหา เนื่องจากประสบการณ์ที่เราดำเนินงานด้านนี้มามากกว่า 15 ปี พร้อมทีมช่างที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ

ซ่อมมือถือ แถวไอทีมอลล์ ฟอร์จูน ร้านไหนดี เชื่อถือได้ ราคาไม่แพง



3 วิธี ง่ายๆ เช็ค iPhone (ไอโฟน) เมื่อชาตจ์แบตไม่เข้า


มือถือพัง ทำไม..ต้องซ่อมที่ TECH AVENUE (เทคอเวนิว)ถึงดีที่สุด





ปิดความเห็น บน โทรศัพท์ Huawei แบตเสื่อม แบตบวม แก้ไขยังไงดี

วิธีแก้ไข โทรศัพท์ Samsung จอแตก เบื้องต้น

โทรศัพท์มือถือ Samsung จอแตก ทำอย่างไรดี

โทรศัพท์มือถือ Samsung จอแตก ถือเป็นอีกหนึ่งในเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาสำหรับใครหลายคน ซึ่งหลาย ๆ คนก็เลือกที่จะใช้มันต่อไปทั้ง ๆ แบบนั้น และอีกหลาย ๆ คนก็เอาไปเปลี่ยนจอที่ศูนย์พร้อมเจอค่าซ่อมมหาโหด เพราะการทำจอแตกไม่ได้อยู่ในการรับประกันของผู้ผลิตอย่างแน่นอน เมื่อโทรศัพท์หน้าจอแตก สิ่งที่คุณจะต้องทำอย่างแรกเลยนั้นก็คือ การสำรวจความเสียหายส่วนอื่น ๆ ด้วยนอกจากหน้าจอ จากนั้นให้พิจารณาว่าจอของคุณแตกแบบไหน ซึ่งหน้าจอแตกนั้นจะมีทั้งหมด 3 แบบแล้วแต่ความแรงของการกระแทก โดยทั้ง 3 แบบนั้นจะมีดังนี้

1.  ฟิล์มกระจกแตก

สิ่งแรกที่หลายคนทำเมื่อได้สมาร์ทโฟนมาเลยก็คือ การติดฟิล์มป้องกันรอยที่หน้าจอ ซึ่งฟิล์มที่ได้รับความนิยมมากก็คือ ฟิล์มกระจก เพราะนอกจากจะกันรอยได้แล้ว หากตกไม่แรง ฟิล์มกระจกยังสามารถช่วยป้องกันโทรศัพท์หน้าจอแตกได้อีกด้วย โดยเมื่อฟิล์มกระจกแตก ส่วนมากจะไม่แตกทั้งแผ่นนะ แต่จะร้าวๆ แค่บางส่วนที่กระแทกแรง เพราะด้วยตัวกาวที่ยังยึดไว้อยู่นั้นเอง ซึ่งถ้าแตกลักษณะนี้คุณยังสามารถใช้งาน สัมผัสหน้าจอได้อย่างตามปกตินั้นเอง

วิธีซ่อมเมื่อฟิล์มกระจกแตก

เนื่องจากฟิล์มกระจกซ่อมไม่ได้ แต่มีราคาถูกคุณเลยสามารถเปลี่ยนฟิล์มกระจกได้ทั้งแผ่น เพราะงั้นเปลี่ยนเลย! รับรองเลยว่าสมาร์ทโฟนของคุณจะกลับมาเหมือนใหม่อย่างแน่นอน

2.  กระจกหน้าจอแตก

เนื่องจากสมาร์ทโฟนทุกตัวจะมีชั้นกระจกอยู่อีกหนึ่งชั้นครอบอยู่ที่หน้าจอ ซึ่งกระจกตัวนี้สำคัญมากนะ เพราะจะช่วยในการปกป้องหน้าจอของคุณเมื่อเกิดอุบัติเหตุ หากกระจกหน้าจอโทรศัพท์ของคุณแตก คุณจะยังสัมผัสหน้าจอได้อยู่ และหน้าจอจะไม่มีเส้นขึ้น สีจะยังไม่ผิดเพี้ยน แต่จะมีแค่รอยแตกเท่านั้น พูดง่าย ๆ คือ ใช้โทรศัพท์ได้ปกติ มีแค่รอยแตกที่หน้าจอเท่านั้นเอง

วิธีซ่อมโทรศัพท์ Samsung กระจกหน้าจอแตก

เมื่อคุณเช็กและมั่นใจแล้วว่าโทรศัพท์ของคุณแค่กระจกหน้าจอแตก ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณด้วย เพราะถึงคุณจะโชคร้าย แต่ก็ยังมีความโชคดีอยู่ เพราะราคาซ่อมกระจกหน้าจอแตกนั้นค่อนข้างถูก และใช้เวลาซ่อมไม่นาน เพียงแค่หาร้านซ่อมที่มีเครื่องลอกกระจกก็สามารถซ่อมแซมได้แล้ว แต่คุณก็ต้องเลือกร้านซ่อมโทรศัพท์ Samsung กระจกหน้าจอแตกที่ดีมีความน่าเชื่อถือด้วยนะ เพราะการลอกกระจกหน้าจอนั้นต้องใช้ความเชี่ยวชาญในการทำมากเลยทีเดียว

3.  จอด้านในแตก

ในบางครั้งโทรศัพท์ของคุณตกแรงๆ เมื่อหยิบมาดูไม่มีรอยแตกทีหน้าจอ คุณก็จะโล่งใจ แต่พอกดเปิดหน้าจอเท่านั้นละ งานเข้ากันเลยทีเดียว สัญญาณร้ายจะมาเยือนคุณทันที เพราะหน้าจอมีจุดดำๆ มีแถบเส้นขึ้นมามากมาย การสัมผัสก็รวนหรืออาจจะสัมผัสไม่ได้เลยก็มี ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้คุณมั่นใจได้เลยว่า โทรศัพท์หน้าจอแตกที่ด้านในอย่างแน่นอนแล้วละ

วิธีซ่อมเมื่อกระจกด้านในแตก

ถ้าโทรศัพท์ของคุณมีอาการหน้าจอแตกแบบนี้ เราขอให้คุณทำใจไว้เลยว่า “จ่ายแพงกว่าอาการอย่างอื่น” อย่างแน่นอน เนื่องจากคุณจะต้องเปลี่ยนทั้งชุดจอ ยิ่งโทรศัพท์สมาร์ทโฟนสมัยนี้ หน้าจอใหญ่ แถมมีเทคโนโลยีมากมาย เผลอๆ ค่าเปลี่ยนชุดจออาจถึง 50-80% ของราคาเครื่องเลย ดังนั้น คุณควรที่จะเลือกร้านที่มีความน่าเชื่อถือเนื่องจาก ร้านซ่อมมือถือนั้นมีอยู่มากมาย มีให้เลือกหลายร้าน แต่ทางที่ดีควรเลือกร้านที่เป็นศูนย์ใหญ่ในการรับซ่อมมือถือที่มีช่างผู้เชี่ยวชาญทางนี้ด้านนี้โดยตรงจะดีกว่า ร้านตู้ที่เปิดทั่วไปอย่างมาก

ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วปัญหายังไม่หายไป ร้าน Tech Avenue อาคารฟอร์จูนทาวน์ รับตรวจเช็คอาการของทุกอาการ ไม่ว่าเครื่องของคุณกำลังเจอปัญหาอะไรก็ตาม เราสามารถให้คำปรึกษากับคุณได้ทุกปัญหา เนื่องจากประสบการณ์ที่เราดำเนินงานด้านนี้มามากกว่า 15 ปี พร้อมทีมช่างที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ

ซ่อมมือถือ แถวไอทีมอลล์ ฟอร์จูน ร้านไหนดี เชื่อถือได้ ราคาไม่แพง



3 วิธี ง่ายๆ เช็ค iPhone (ไอโฟน) เมื่อชาตจ์แบตไม่เข้า


มือถือพัง ทำไม..ต้องซ่อมที่ TECH AVENUE (เทคอเวนิว)ถึงดีที่สุด





เนื้อหาเพิ่มเติม ที่น่าสนใจ

ปิดความเห็น บน วิธีแก้ไข โทรศัพท์ Samsung จอแตก เบื้องต้น

โทรศัพท์ VIVO เครื่องร้อน แบตมือถือร้อน แก้ไขยังไงดี

โทรศัพท์ VIVO เครื่องร้อน แบตมือถือร้อน

หลายคนอาจกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานมือถือ โทรศัพท์ VIVO เครื่องร้อน แบตมือถือร้อน หรือแท็บเล็ตแล้วมีอาการมือถือร้อน ซึ่งสาเหตุหลักๆ นั้นมักจะเกิดจาก การใช้งานมือถือเป็นเวลาติดต่อกันนานจนเกินไป เช่น การเล่นเกม3D ดูหนัง ดูละคร ดูคลิปมือถือ ฟังเพลง เป็นต้น จึงส่งผลให้เหล่าหน่วยประมวลผลหรือหน่วยกราฟิกในมือถือนั้นทำงานหนักและเกิดความร้อนตามมานั่นเอง แต่ก็มีในบางกรณีที่พบว่ามือถือร้อนเร็วผิดปกติซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจากปัญหาอื่นด้วย ดังนั้นวันนี้เราจึงได้นำเอาสาเหตุและวิธีแก้ปัญหามือถือร้อนมาฝากกัน ไปดูกันเลย

วิธีแก้ปัญหา โทรศัพท์ VIVO มือถือร้อน

1.  ทำการเคลียร์ Ram

การเคลียร์แรมนั้นก็คือการปิดการทำงานของระบบต่างๆ ภายในตัวเครื่อง การเคลียร์แรมนั้นเราได้รวมไปถึงแอปพลิเคชันบางตัวที่ไม่จำเป็นต้องใช้งานด้วยนะ ซึ่งวิธีนี้จะทำให้มือถือของคุณนั้นทำงานน้อยลงนั่นเอง จึงลดอาการเครื่องร้อนได้ด้วย

2.  ทำการถอนแอปพลิเคชันที่ไม่ใช้งานแล้วออก

แอปพลิเคชันบางตัวนั้นหากคุณไม่ได้ใช้งานก็ควรจะถอนการติดตั้งออกไปบ้าง เนื่องจากแอปพลิเคชันบางตัวนั้นอาจจะมีการทำงานอยู่เบื้องหลังโดยที่คุณยังไม่ได้เปิดแอปตัวนั้นขึ้นมาใช้งานเลยด้วยซ้ำ จึงทำให้เครื่องของคุณทำงานตลอดเวลานั่นเอง

3.  การเช็กสภาพแบตเตอรี่

แบตเตอรี่มือถือ โดยทั่วไปนั้นก็จะมีอายุการใช้งานของมัน ซึ่งหากคุณใช้งานแบบผิดๆ เช่น ชาร์ตไปเล่นไป ก็อาจทำให้อายุการใช้งานหรือประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลดลง ส่งผลให้มีการทำงานผิดปกติ เช่น อาการแบตเตอรี่ร้อนไวขึ้นในอนาคตได้นั่นเอง

4.  ทำการลองเปิด-ปิด เครื่องใหม่เมื่อเครื่องร้อน

บางครั้งเครื่องอาจเกิดการบัคหรือการค้างของแอปพลิเคชันบางตัว จึงเป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้โทรศัพท์มือถือของคุณเกิดการดึง CPU มาใช้งานในปริมาณมากๆ นั้น จึงส่งผลให้เครื่องทำงานหนักและเกิดอาการเครื่องร้อนได้เช่นกัน

5.  ทำการตั้งค่าคืนค่าโรงงาน

นี่เป็นวิธีที่ง่ายมากที่สุด แต่ก็คงเป็นทางเลือกสุดท้ายสำหรับใครหลายๆ คน เพราะเป็นการคืนค่าการตั้งค่าอย่างง่ายที่สุดหรือจะเรียกให้เข้าใจง่ายๆ ก็เหมือนกันการล้างเครื่องนั่นแหละ และจะทำให้ข้อมูลในเครื่องหายไปหมดด้วยก็เหมือนเราได้เครื่องมาใหม่ๆ นั้นเอง

6.  เคสมือถือไม่ได้มาตรฐาน

การใส่เคสมือถือนั้น ถือเป็นอุปกรณ์ที่ใครหลายคนใช้เป็นการห่อหุ้มเครื่องไว้อีกชั้น แต่การใส่เคสนั้นเองอาจจะทำให้เกิดความร้อนสะสมได้ง่ายกว่า และยิ่งเคสบางตัวนั้นไม่ได้ผลิตออกมาจากวัสดุคลายความร้อนได้ง่ายๆ แล้วล่ะก็ เจ้าเคสตัวนั่นแหละที่เป็นปัญหาทำให้มือถือของเราร้อนไวนั่นเอง

7.  เปลี่ยนสถานที่เล่น

สถานที่ที่คุณเล่นโทรศัพท์นั้น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมหรือสภาพอากาศก็ตาม ที่ร้อนมากจนเกินไปก็อาจจะมีผลทำให้มือถือของคุณนั้นร้อนไวขึ้นด้วย

หวังว่าวิธีทั้งหมดนี้จะพอช่วยเหลือคุณที่กำลังประสบปัญหามือถือร้อนได้บ้างนะ และหากคุณได้ทำตามทั้งหมดนี้แล้วยังไม่ดีขึ้น เราแนะนำให้คุณพาโทรศัพท์ของคุณไปหาศูนย์ซ่อมที่ได้มาตรฐานเพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญประเมินอาการดูว่า การที่โทรศัพท์มือถือของคุณร้อนผิดปกตินั้น มีสาเหตุเกิดจากอะไรกันแน่นั้นเอง หากทำมาทั้งหมดแล้วยังไม่ดีขึ้น เราแนะนำให้คุณนำโทรศัพท์มือถือของคุณไปที่ศูนย์ซ่อมโทรศัพท์มือถือที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อลองให้เค้าเช็คอาการว่าโทรศัพท์มือถือของเราเป็นอะไรกันแน่ มีสาเหตุมาจากอะไรนั้นเอง

ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วปัญหายังไม่หายไป ร้าน Tech Avenue อาคารฟอร์จูนทาวน์ รับตรวจเช็คอาการของทุกอาการ ไม่ว่าเครื่องของคุณกำลังเจอปัญหาอะไรก็ตาม เราสามารถให้คำปรึกษากับคุณได้ทุกปัญหา เนื่องจากประสบการณ์ที่เราดำเนินงานด้านนี้มามากกว่า 15 ปี พร้อมทีมช่างที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ

3 วิธี ง่ายๆ เช็ค iPhone (ไอโฟน) เมื่อชาตจ์แบตไม่เข้า



ซ่อมมือถือ แถวโซน เอสพลานาด ร้านไหนดี ซ่อมเร็ว รอรับเครื่องได้เลย


ส่งมือถือไปซ่อม เเค่เรียก ลาล่ามูฟ ( Lalamove ) ง่ายนิดเดียว ราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาท





เนื้อหาเพิ่มเติม ที่น่าสนใจ

ปิดความเห็น บน โทรศัพท์ VIVO เครื่องร้อน แบตมือถือร้อน แก้ไขยังไงดี

โทรศัพท์ Xiaomi ไม่อ่านซิม ต้องทำอย่างไรดี

โทรศัพท์ Xiaomi ไม่อ่านซิม ทำอย่างไรดีนะ

วันนี้เราจะขอเล่าปัญหาทั่วไป สำหรับคนที่ใช้มือถือทุกแบบไม่ว่าจะปุ่มกดหรือจอสัมผัสรุ่นใหม่อาจจะมีโอกาสเจอได้บ้าง นั่นก็คือ Xiaomi ปัญหาเครื่องไม่อ่าน ไม่เจอซิม หรือสัญญาณไม่ขึ้น เป็นอีกหนึ่งในปัญหาของผู้ใช้มือถือในยุคนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของสัญญาณโทรศัพท์ แม้ว่าเราจะเข้าสู่ยุคที่เป็นสมาร์ทโฟนไปแล้วก็ตาม แต่ยังไงก็ต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่า Sim Card เพื่อใช้งานโทรศัพท์และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 3G, 4G LTE อยู่ดี โดยปัญหาที่พบบ่อยก็คือ หน้าจอมือถือขึ้นว่า “ไม่มีบริการ” ทั้งๆ ที่เราก็ใส่ซิมการ์ดไปแล้วการตรวจเช็คจะแยกออกเป็นสองส่วน คือ ไม่เจอตัวซิมหรือไม่อ่านซิม และ อ่านซิมแต่ไม่เจอสัญญาณที่ควรจะเป็น (3G, 4G) ไปดูกันเลย

1.  ไม่เจอตัวซิมหรือไม่อ่านซิม

  • เช็คว่าใส่ซิมถูกหรือยัง
  • ห้ามใส่ผิดโดยเด็ดขาดเพราะตัวช่องเสียบจะเสียถาวรและซิมอาจจะพังได้
  • ตรวจสอบที่การตั้งค่าในเครื่อง
  • โดยทั่วไปอยู่ประมาณ “การตั้งค่า > การจัดการซิม” ให้ดูว่ามีชื่อผู้ให้บริการขึ้นหรือเปล่า
  • และมีการ “ปิดการใช้งานซิม” หรือเปล่า หลายๆยี่ห้อจะมีปุ่มเอาไว้เปิดปิดซิม ลองกดเปิดดู
  • ถ้ายังไม่ได้ให้แกะซิมออกมาทำความสะอาดที่แผ่นทองแดง จะใช้แอลกอฮอล์หรือยางลบถูก็ได้ แล้วลองใส่กลับเข้าไปใหม่ ถ้าเครื่องอ่านซิมก็เรียบร้อย
  • ถ้ายังไม่ได้อีกให้แกะซิมไปใส่ในเครื่องอื่นเพื่อเปรียบเทียบดู ถ้าใส่เครื่องอื่นแล้วก็ยังไม่อ่านซิมเหมือนเดิม ตัวซิมน่าจะเสีย ให้ติดต่อผู้ให้บริการเพื่อขอเปลี่ยนซิมใหม่ เบอร์เดิม แต่รายชื่อในซิมเก่าจะไม่สามารถคัดลอกมาในซิมใหม่ได้เพราะซิมเก่ามันไม่อ่าน
  • ถ้าใส่เครื่องอื่นแล้วซิมอ่านได้ ใช้งานได้ แสดงว่าช่องเสียบซิมในเครื่องเราเสีย อาจจะต้องส่งเครื่องเคลม(ถ้ามีประกัน) หรือส่งซ่อมตามร้าน หรืออาจจะลองย้ายไปใส่ในช่องอื่น(ถ้าเครื่องรองรับ 2 ซิม)

2.  อ่านซิมแต่ไมเจอสัญญาณที่ควรจะเป็น (3G, 4G)

  • ซิมนั้นยังสามารถใช้งานได้อยู่หรือเปล่า
  • มียอดค้างหรือวันหมดอายุหรือไม่ เพราะเคยเจอบางคน ค้างจ่ายรายเดือนซึ่งก็ไม่แปลกที่จะไม่เจอสัญญาณ ต้องไปเคลียร์หนี้เก่าก่อนนะ
  • ถ้าใช้สองซิมให้เช็คก่อนว่าใช้ซิมค่ายอะไรบ้าง
  • เครื่องรองรับซิมนั้นหรือเปล่า
  • ที่เจอบ่อยๆ เช่น ใช้เครื่อง True, AIS แล้วไปใส่ซิมค่ายอื่น บางทีสัญญาณมันจะไม่ขึ้น
  • หรือ ใส่สองซิมแต่มีบางซิมสัญญาณไม่ขึ้น
  • ในกรณีที่เครื่องรองรับสัญญาณแล้ว แต่ไม่ขึ้นอย่างที่มันควรจะเป็นเช่น H, E แทนที่จะเป็น 4G ก่อนอื่นลองเข้าไปดู
  • การตั้งค่าเครือข่ายมือถือแบบรูปด้านบน อีกทีว่าได้ตั้งเป็น 4G หรือ LTE หรือยัง
  • ถ้าตั้งแล้วให้เข้าไปดูที่การตั้งค่าเครือข่าย ซึ่งจะอยู่ที่ “การตั้งค่า > เพิ่มเติม > เครือข่ายมือถือ”
  • แล้วให้เลือกสัญญาณที่เป็น 4G ตามชื่อค่ายที่ใช้งาน

หากทำมาทั้งหมดแล้วยังไม่ดีขึ้น เราแนะนำให้คุณนำโทรศัพท์มือถือของคุณไปที่ศูนย์ซ่อมโทรศัพท์มือถือที่มีความน่าเชื่อถือ เพื่อลองให้เค้าเช็คอาการว่าโทรศัพท์มือถือของเราเป็นอะไรกันแน่ มีสาเหตุมาจากอะไรนั้นเอง

ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วปัญหายังไม่หายไป ร้าน Tech Avenue อาคารฟอร์จูนทาวน์ รับตรวจเช็คอาการของทุกอาการ ไม่ว่าเครื่องของคุณกำลังเจอปัญหาอะไรก็ตาม เราสามารถให้คำปรึกษากับคุณได้ทุกปัญหา เนื่องจากประสบการณ์ที่เราดำเนินงานด้านนี้มามากกว่า 15 ปี พร้อมทีมช่างที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ

3 วิธี ง่ายๆ เช็ค iPhone (ไอโฟน) เมื่อชาตจ์แบตไม่เข้า



ซ่อมมือถือ แถวโซน เอสพลานาด ร้านไหนดี ซ่อมเร็ว รอรับเครื่องได้เลย


ส่งมือถือไปซ่อม เเค่เรียก ลาล่ามูฟ ( Lalamove ) ง่ายนิดเดียว ราคาเริ่มต้นเพียง 35 บาท





ปิดความเห็น บน โทรศัพท์ Xiaomi ไม่อ่านซิม ต้องทำอย่างไรดี

โทรศัพท์ SONY เสียงไม่ดัง เสียงหาย ต้องทำอย่างไรบ้าง

โทรศัพท์ SONY เสียงไม่ดัง เสียงไม่ออก

ปัญหาเรื่องของ โทรศัพท์ SONY เสียงหาย นั้นกลายเป็นเรื่องสามัญที่หลายคนอาจเคยเจอ เพราะโอกาสที่ใช้งานอยู่ดีๆ เสียงหายไปก็มีหรือบางที่เกิดจากอุบัติเหตุ ตกหล่น เปียกน้ำหรือไฟฟ้าลัดวงจรและอื่นๆ อีกหลายกรณีที่เป็นไปได้ ปัญหานั้นอาจเกิดจากระบบภายในเอง อย่างเช่น วงจรหรือชุดลำโพง รวมไปถึงเกิดจากสิ่งอุดตัน ช่องทางเสียงที่ออกมา ล้วนแต่ทำให้เกิดอาการไม่มีเสียงหรือเสียงหายได้เหมือนกัน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาแล้ว ก็ต้องหาทางออก เพื่อให้ใช้งานได้ตามปกติ แต่จะทำอย่างไรได้บ้าง ก็ต้องตรวจเช็คไปในทีละจุด ไปดูกันเลยว่าเราจะทำอย่างไรกันได้บ้าง

ตรวจเรื่องการตั้งค่าเสียงบน โทรศัพท์ SONY ของคุณ

เป็นสิ่งที่ควรทำตั้งแต่เริ่มต้นในการเช็คความผิดปกติของ โทรศัพท์ SONY ที่ไม่มีเสียง เสียงหาย โดยกรณีที่ไม่มีเสียงเลย ให้ลองเข้าไปดูสไลด์บาร์ใน Control Center ว่ามีแถบเลื่อนอยู่หรือไม่ ลองเลื่อนให้ไปที่แถบสไลด์ ว่าปรับได้ตามปกติหรือไม่ รวมถึงกดปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจากด้านข้างของมือถือ เพื่อดูว่าระดับเสียงถูกลดลงไปจนไม่มีเสียงหรือเสียงเบาหรือไม่ และตรวจเช็คการทำงานของปุ่มว่าทำงานได้ตามปกติ แต่ถ้ากดปุ่มแล้ว ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น นั่นก็หมายถึงเกิดความเสียหายที่ปุ่มควบคุมและหาทางแก้ไขต่อไป

ลองตรวจดูว่ามีการเชื่อมต่ออุปกรณ์อยู่หรือไม่

ในบางครั้งคุณอาจจะเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นอยู่อย่างเช่น การเชื่อมต่อกับอุปกรณ์บลูทูธ ไม่ว่าจะเป็น ลำโพงหรือหูฟังบลูทูธก็ตาม เพราะบางครั้งเมื่อเชื่อมต่อไปแล้ว ไม่ได้มีการ Disconnect ก็จะไม่มีเสียงเกิดขึ้นที่มือถือ แต่จะไปดังที่ปลายทางแทน ซึ่งเป็นเรื่องที่หลายๆ คนมักจะลืมไป เพราะเป็นอุปกรณ์ที่เราใช้กันบ่อยยิ่งขึ้นในปัจจุบัน บางคนใช้หูฟังอยู่บนรถ แต่ทิ้งเอาไว้ในรถหรือบางทีเปิดลำโพงบลูทูธอยู่ในห้องนอน แล้วออกมารับสายนอกบ้าน การที่ยังเชื่อมต่ออยู่ ก็ทำให้เสียงออกที่ลำโพงในห้องเช่นกัน วิธีการแก้ไขก็เพียงเข้าไปที่การเชื่อมต่อ Bluetooth ที่อยู่ใน Setting หรือแตะไปที่ไอคอนที่หน้า Control Center เพื่อปิดการทำงานเท่านั้น

ตรวจเช็คเรื่องความสะอาดลำโพง

คุณควรลองตรวจดูว่ามีความผิดปกติที่ลำโพงหรือไม่ เช่น วัสดุ เศษฝุ่นหรือสิ่งตกค้างต่างๆ เพราะบางครั้งการใส่เคสเอาไว้นานๆ ก็มีเศษผงติดเข้ามาบ้าง บางทีเจอความชื้นหรือละอองน้ำเข้าไป โอกาสที่จะทำให้เกิดการอุดตันตามช่องลำโพงก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน ในจุดนี้ส่วนใหญ่ จะเกิดอาการเสียงไม่ชัดเบาลงหรืออาการหนักคือ เสียงแปลกหรือเสียงแตก หากตรวจพบก็ให้ทำความสะอาดแต่เนิ่นๆ  ด้วยการใช้แปลงทำความสะอาดขนนุ่ม ขนาดเล็กมาปัดฝุ่นออก จากนั้นลองตรวจเช็คเสียงอีกครั้งและหมั่นตรวจดูให้บ่อยขึ้น เพราะหากเกิดสิ่งเหล่านี้มากขึ้น

เกิดจากความเสียหายภายในระบบ

อาการมักจะเกิดหลังจากมีการกระทบกระแทกหรือเกิดจากหล่นน้ำและความชื้นที่ สะสมมากเกินไปภายในมือถือ จนทำให้เกิดการลัดวงจร เช่น หล่นน้ำหรือกระแทกอย่างรุนแรง แล้วมีการเปิดใช้งานในทันทีหรือมีอุปกรณ์และเศษอื่นใด เข้าไปทำอันตรายภายในมือถือ ก็ทำให้เกิดความเสียหาย เสียงไม่ออกหรือเสียงเพี้ยนได้ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ ก็คงต้องส่งซ่อมเท่านั้น เพราะผู้ให้บริการที่จำหน่ายบางรายก็ยกเว้นความเสียหายที่นอกเหนือจากการใช้ งานปกติหรือใช้งานผิดประเภท เปียกน้ำ นั่นก็ทำให้หมดประกันได้ คุณก็ควรเลือกร้านที่มีช่างผู้เชี่ยวชาญทางด้านมือถือโดยตรงด้วยนะ เพื่อให้จบปัญหาที่แท้จริง

ถ้าหากลองทุกวิธีแล้วปัญหายังไม่หายไป ร้าน Tech Avenue อาคารฟอร์จูนทาวน์ รับตรวจเช็คอาการของทุกอาการ ไม่ว่าเครื่องของคุณกำลังเจอปัญหาอะไรก็ตาม เราสามารถให้คำปรึกษากับคุณได้ทุกปัญหา เนื่องจากประสบการณ์ที่เราดำเนินงานด้านนี้มามากกว่า 15 ปี พร้อมทีมช่างที่ได้รับการอบรมทางด้านนี้มาโดยเฉพาะ

ส่งซ่อมมือถือ ง่ายๆผ่าน Grab เริ่มต้นเพียง 35.-




มือถือพัง ทำไม..ต้องซ่อมที่ TECH AVENUE (เทคอเวนิว)ถึงดีที่สุด





ปิดความเห็น บน โทรศัพท์ SONY เสียงไม่ดัง เสียงหาย ต้องทำอย่างไรบ้าง